ปัีจจุบันตัวเองยังอยู่ที่ตำแหน่ง Half bronze star แต่ตอนนี้ทีมงานเรามากกว่า 7 คน มีเข็มประมาณนี้ครับ
GL : แป้ง
BZ : พี่โอ๊ต ปลา
HB : พี่หอม โม มะปราง เก่ง มายด์ อิ๋ว ไทร
แตะหมื่นไปแล้ว 1 คนคือแป้ง และกำลังจะแตะหมื่นอีก 2 คน นั่นคือไทรกับพี่โอ๊ตครับ
จะว่าไปเร็วมากๆเลยถ้าเทียบกับที่ทำตอนปี 2 เร็วกว่าเกือบ 2 เท่าเลยฮะ ยังไงก็จะลุยกันต่อไปครับ ไว้วันหลังจะมาอัพเดตผลประกอบการให้ฟังใหม่นะครับ ขอบคุณครับ
Monday, July 16, 2012
Aimstar อีกครั้ง
ในเมื่อตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ทำงานประจำ มันก็ต้องลุยต่อ มันต้องต่อยทุกสังเวียน ไทรว่า่ Aimstar มันให้อะไรหลายๆ อย่างที่ถ้าไทรไปทำงานอื่นให้ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องแนวคิดในการที่เราจะประสบความสำเร็จ ทักษะในการโน้มน้าวใจคน ทักษะการขาย และรอบประชุมต่างๆ ที่ทำให้ตัวเราได้พัฒนาขึ้น ได้เป็นพิธีกร ได้รู้จักการบริหารจัดการปัญหา เก่งคนมากขึ้น แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่งขึ้น จริงๆ ไทรไมไ่ด้ตรัสรู้ด้วยตัวเองหรอกครับว่าธุรกิจเครือข่ายมันจะให้อะไรเราได้เยอะขนาดนี้ ต้องขอบคุณหนังสือ "โรงเรียนสอนธุรกิจ" ของโรเบิร์ด คิโยซากิ และ "ความจริงธุรกิจ MLM" ครับ ที่ทำให้ผมเห็นความสวยงามของมัน ก็เลยตัดสินใจกลับมาลุยและศึกษาระบบใหม่อีกครั้งครับสำหรับธุรกิจเครือข่ายที่ชื่อ Aimstar network ภายใต้แบรนด์ Clover group
แต่ก็มีเรื่องให้น่าแปลกใจอีกแล้วครับ คราวนี้กลับมาเห้ย! ทำไมอยู่กลุ่ม Clover time โอ้โห เพิ่งเห็นเลยว่ามันเติบโตมากๆ จน Clover group แบ่งออกมาเป็น 9 กลุ่มแหนะ Clover zeed, Clover time, Clover gen, Clover giver, The Clover และบลาๆ ใช้ได้ๆ ระบบและสื่อต่างๆก็เปลี่ยนไป ทำให้เราสามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นมาก ดังนั้นเลยลุยอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2555 ครับ
Tuesday, July 10, 2012
ไม่ทำงานประจำ แล้วไงต่อวะ?
คือพอเราตัดสินใจไม่ทำงานประจำ แล้วไงต่อวะ? นี่โคตรจะแบบว่าเป็นคำถามที่มึนมากสำหรับนักศึกษาปี 4 ที่เพิ่งจบฝึกงาน แต่เขาบอกว่า คนเราถ้าตัดสินใจอะไรไปแล้วมันต้องประกาศเป้าหมาย ประกาศให้มันชัดๆ ไปเลยว่าจะทำอะไรในชีวิต
คำถามยอดฺฮิตเลยของเด็กปี 4 มันก็ต้อง "จบไปเมิงจะทำงานที่ไหนวะ" ผมไม่ได้อะไรนะกับคำถามนี้ แต่ผมไม่ยักกะเห็นใครมันลองถามว่า "เมิงอยากมีรายได้อะไรในชีวิตวะ หลังจากนี้ 5 ปี" คือแบบว่าแต่ละคนมุ่งกันอย่างเดียวเลยคือหางานบริษัทดีๆ ใหญ่ๆ มั่นคง ภาพลักษณ์ดีๆทำกัน ทีนี้มันก็ถึงเวลาผมตอบบ้าง เพื่อนมันก็ถามกันอยู่นั่นแหละครับว่าเมิงจะไปทำงานที่ไหน ผมก็เลยประกาศไปเลยว่า
"ไม่ใช่งานประจำแน่ๆอ่ะ"
เพื่อนผมบางคนมันก็ดูขำนะ บางคนก็ทำหน้าแบบเมิงเอาจริงเรอะ? แต่ไม่น่าเชื่อครับว่าบางคนกลับเห็นด้วย เพื่อนผมคนนึงครับชื่อ อาร์ม เป็น Roommate กัน ไม่น่าเชื่อว่าเขาก็มีเป้าหมายไม่อยากทำงานประจำ เหมือนว่าเราจะคุยกันเรื่องนี้เข้าใจกันแฮะ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมบอกหรอกว่าเขาจะไม่ทำงานประจำ ไปๆมาๆ เห้ย ไอนี่ความคิืดเจ๋งแฮะ ไม่ปิดกั้นเลย ทีนี้จัดหนักเลย หาหนังสือดีๆมาอ่านกัน ยิ่งได้ความรู้ ทุกอย่างมันยิ่งชัดขึ้น ว่าถ้าเราอยากประสบความสำเร็จในชีวิต คือแน่นอนเลยเราต้องสร้างธุรกิจ แว๊บนั้นบอกเลยว่า "aimstar" กลับเข้ามาในหัว เราเริ่มคิด เ้อ้อ จริงๆแล้วธุรกิจนี้ให้อะไรเราโคตรเยอะ แต่ตอนที่เราไม่ประสบความสำเร็จคราวนั้นเป็นเพราะตัวเราเอง ก็เลยคุยไปคุยมา นึุกไปนึกมา ถ้าอยากจะเริ่มต้นธุรกิจ เราว่า "aimstar" น่าจะดี ไม่ต้องลงทุนมากมาย ลงทุนแค่เวลา กับแรง และหาความรู้เพิ่มเติม หลังจากนั้นประมาณสิงหาคมปี 54 ผมก็เริ่มตอบเพื่อนๆว่าจบไปจะทำอะไร ว่า
"จบไปกูไปทำเครือข่ายต่อละ"
ตู้มมม เพื่อนคิดว่ากูบ้าไปใหญ่ เมิงไปทำเครือข่ายเหรี้ยไร คราวที่แล้วเมิงบอกจำสำเร็จ ไม่เห็นเมิงสำเร็จ -.- โคตรตลกเลย ได้เดือนละ 18,000 ต่อเดือนๆ จากการเป็นโปรแกรมเมอร์ดีๆไม่ชอบ 55+ แต่ผมกลับขำ ผมรู้ว่าทำไมเพื่อนถึงคิดอย่างนั้น แต่เราก็มองเป้าหมายอ่านะ เราไม่ได้มองว่าเราต้องทำตามสังคมไปวันๆสักหน่อย ดังนั้นเด๋ว blog หน้าผมจะมาเล่าแล้วกันว่าทำไมผมถึงอยากกลับเข้ามาทำ aimstar อีกรอบ ทั้งๆ ที่เคยล้มเลิกไปแล้วครั้งนึง คนส่วนใหญ่เข็ด แต่ทำไมผมยังจะเอาอีก 55+
คำถามยอดฺฮิตเลยของเด็กปี 4 มันก็ต้อง "จบไปเมิงจะทำงานที่ไหนวะ" ผมไม่ได้อะไรนะกับคำถามนี้ แต่ผมไม่ยักกะเห็นใครมันลองถามว่า "เมิงอยากมีรายได้อะไรในชีวิตวะ หลังจากนี้ 5 ปี" คือแบบว่าแต่ละคนมุ่งกันอย่างเดียวเลยคือหางานบริษัทดีๆ ใหญ่ๆ มั่นคง ภาพลักษณ์ดีๆทำกัน ทีนี้มันก็ถึงเวลาผมตอบบ้าง เพื่อนมันก็ถามกันอยู่นั่นแหละครับว่าเมิงจะไปทำงานที่ไหน ผมก็เลยประกาศไปเลยว่า
"ไม่ใช่งานประจำแน่ๆอ่ะ"
เพื่อนผมบางคนมันก็ดูขำนะ บางคนก็ทำหน้าแบบเมิงเอาจริงเรอะ? แต่ไม่น่าเชื่อครับว่าบางคนกลับเห็นด้วย เพื่อนผมคนนึงครับชื่อ อาร์ม เป็น Roommate กัน ไม่น่าเชื่อว่าเขาก็มีเป้าหมายไม่อยากทำงานประจำ เหมือนว่าเราจะคุยกันเรื่องนี้เข้าใจกันแฮะ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมบอกหรอกว่าเขาจะไม่ทำงานประจำ ไปๆมาๆ เห้ย ไอนี่ความคิืดเจ๋งแฮะ ไม่ปิดกั้นเลย ทีนี้จัดหนักเลย หาหนังสือดีๆมาอ่านกัน ยิ่งได้ความรู้ ทุกอย่างมันยิ่งชัดขึ้น ว่าถ้าเราอยากประสบความสำเร็จในชีวิต คือแน่นอนเลยเราต้องสร้างธุรกิจ แว๊บนั้นบอกเลยว่า "aimstar" กลับเข้ามาในหัว เราเริ่มคิด เ้อ้อ จริงๆแล้วธุรกิจนี้ให้อะไรเราโคตรเยอะ แต่ตอนที่เราไม่ประสบความสำเร็จคราวนั้นเป็นเพราะตัวเราเอง ก็เลยคุยไปคุยมา นึุกไปนึกมา ถ้าอยากจะเริ่มต้นธุรกิจ เราว่า "aimstar" น่าจะดี ไม่ต้องลงทุนมากมาย ลงทุนแค่เวลา กับแรง และหาความรู้เพิ่มเติม หลังจากนั้นประมาณสิงหาคมปี 54 ผมก็เริ่มตอบเพื่อนๆว่าจบไปจะทำอะไร ว่า
"จบไปกูไปทำเครือข่ายต่อละ"
ตู้มมม เพื่อนคิดว่ากูบ้าไปใหญ่ เมิงไปทำเครือข่ายเหรี้ยไร คราวที่แล้วเมิงบอกจำสำเร็จ ไม่เห็นเมิงสำเร็จ -.- โคตรตลกเลย ได้เดือนละ 18,000 ต่อเดือนๆ จากการเป็นโปรแกรมเมอร์ดีๆไม่ชอบ 55+ แต่ผมกลับขำ ผมรู้ว่าทำไมเพื่อนถึงคิดอย่างนั้น แต่เราก็มองเป้าหมายอ่านะ เราไม่ได้มองว่าเราต้องทำตามสังคมไปวันๆสักหน่อย ดังนั้นเด๋ว blog หน้าผมจะมาเล่าแล้วกันว่าทำไมผมถึงอยากกลับเข้ามาทำ aimstar อีกรอบ ทั้งๆ ที่เคยล้มเลิกไปแล้วครั้งนึง คนส่วนใหญ่เข็ด แต่ทำไมผมยังจะเอาอีก 55+
เจอชีวิตฝึกงานเข้าให้
หลังจากพักการทำ Aimstar network ไปร่วมๆ 1 ปี กับ 4 เดือน ชีวิตก็ดำเนินไปอย่างสุขสบาย เที่ยวเล่นไปวันๆ ตามภาษาวัยรุ่น แต่ที่หน้าแปลกคือว่าในหัวเรายังมีคำว่า "อยากประสบความสำเร็จในชีวิต" อยู่ในทุกๆคืนก่อนนอน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยมีความคิดแบบนี้อยู่เลย หลังจากได้เข้ามาสัมผัส Aimstar network อยู่ประมาณ 5 เดือน ไม่น่าเชื่อจะทำให้เรามีความคิดเปลี่ยนไปขนาดนี้ ไอคำว่าประสบความสำเร็จในชีวิตนี้แหละ ยังคงก้องอยู่ในหัวตลอด ถึงจะพักจะเลิกจากธุรกิจมา แต่เราก็ไม่ปิดใจนะครับ เพราะเรารู้ตัวว่าเป็นเพราะตัวเราเอง ที่ไม่สามารถไปต่อได้ ในใจก็ได้แต่คิดขอบคุณแหละครับ ว่าธุรกิจเครือข่ายตัวนี้ ตัวแรกที่เราได้สัมผัส เค้าได้สอนอะไรให้เราเยอะมากๆเลย
จนไปฝึกงานครับ เจอชีวิตจริงของงาน ผมบอกเลยว่าจะเป็นลม ผมหน่ะให้ทำอะไรได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ผมไม่ชอบอย่างหนึ่งของงานประจำคือทุกคนในงานประจำ อยู่กันอย่างไม่มีเป้าหมายกันมากๆ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่มีเป้าหมายตั้งแต่เด็กไง คืออยากเข้า "วิศวกรรมคอมพิวเตอร์" ตั้งแต่ ม.2 สอบไม่ติดสายวิทย์ เราก็ยอมย้ายโรงเรียน เพราะเรามีเป้าหมายชัด ผมก็มาคิดๆ ดูนะว่าทำไมคนในงานประจำ เขาถึงไม่มีเป้าหมายกัน มองไปมองมา อ้อ เพราะว่างานประจำเค้าเอาเวลาของตัวเองไปแลกกับเงินไงครับ ถึงเรามีเป้าหมายชัดยังไง เราก็ได้เงินเดือนเท่าคนอื่น จบสิ้น ขี้เกียจดีกว่า อย่างมากขยันไปก็ไ้ด้แค่พนักงานดีเด่น ได้โบนัสนิดหน่อย ปึ้ง!! คิดได้อย่างนั้นแล้ว หลังจากฝึกงานออกมา ตัดสินใจแน่วแน่เลยว่าจะ "ไม่ทำงานประจำ"
Sunday, October 3, 2010
Training สินค้า ณ Center
ตอนนี้ก็เรียกว่าทำประสบความสำเร็จมาแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็เรียกว่าได้ลงไปช่วย center อย่างเต็มตัวซะที ก็เดินดุ่มๆเข้าไปบอก UL นั่นก็คือพี่เปิ๋มนั่งเองครับ ว่าอยากช่วยงานใน center มากๆ ในห้องอะไรก็ได้ แต่ขอบอกเลยครับว่า "สินค้า" นี่ไม่ถนัดเลยจริงๆ ถามว่าทำไม? ทั้งๆที่ผมก็ใช้สินค้ามาเยอะนะครับ แต่ด้วยความรู้สึกว่าเรากลัวมาตลอด เกี่ยวกับเรื่องสินค้า ด้วยความกลัวนั้นทำให้เราปล่อยปะ ละเลยในส่วนนี้ไป ในที่สุด พี่เปิ๋มก็จัดมาเลยฮะ "งั้นไทรทำสินค้าห้องเทรนนิ่งแล้วกัน" ถึงกับชอคไปเลย
แล้วในที่สุดสองอาทิตย์ถัดมาก็มีชื่อไทรในตาราง center เรื่องสินค้าจริงๆด้วย พูดตั้งครึ่งชั่วโมง ไอเราก็ไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ด้วยแฮะ ก็เรียกว่าแก้ slide ที่ใช้เทรนกันจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว ส่วนเนื้อหาต่างๆที่เอามาเทรน อย่างแรกเลยต้องขอขอบคุณพี่จอย ที่พูดในแผ่น cd สินค้า แล้วก็ต้องขอขอบคุณน้องนุ่น Platinum star ที่ช่วยขัดเกลาเรื่องหลายๆเรื่องเกี่ยวกับสินค้า ASNI ที่เรายังไม่เคลียร์
เอ้อ ลืมบอกไปวันนั้นพูดสินค้า บำรุงผิว "ASNI" พรเจ้าจอร์จจจ ช่างเข้ากับหน้าตาอันหล่อเหลาของไทรเหลือเกิน เรียกว่าพูดเสร็จนี่ เกือบค้นพบตัวเองแล้วว ห้าาๆๆ
สุดท้ายขอบคุณสำหรับประสบการณ์ ที่ทำให้ผมชนะความกลัวได้ ขอบคุณ UL ทุกคนที่ผลักดันผม
และผมก็เชื่อครับ
"หากเราเอาชนะความกลัวในครั้งแรกได้ ครั้งต่อไปมันก็เพียงเรื่องราวที่เราเคยก้าวผ่านมาแล้ว เท่านั้นเอง"
Saturday, September 4, 2010
อีกหนึ่งก้าว Bronze star
ในที่สุดครับ หลังจากกลับมาทำได้ 2 เดือนครึ่ง ก็สามารถพิชิตตำแหน่ง Bronze star ได้สำเร็จ รายได้ก็ประมาณ 6,100 กว่าบาทครับ แม้จะเป็นเพียงอีกก้าวเล็กๆนะครับ แต่ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญมากเลยครับ ทีมงานที่ทำจริงและเข้าระบบก็ประมาณ 10 คน UP แล้วครับ ดังนั้นเรียกว่าการ include คนใหม่เข้าระบบ และพัฒนาคนเก่าต้องเป็นไปพร้อมกัน ตอนนี้หากนับจำนวนผู้นำแล้วก็ยังมีไม่ค่อยมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้นำนี่แหละครับ
ถามว่าทำไมในที่สุดถึงสามารถ move ได้ เพราะตอนกลับมาทำครึ่งเดือนแรกก็ได้ HB มา แถมพ่วงลูกส่วนตัวเป็น HB ด้วยอีกคน แต่ในเดือนที่ 2 กลับย่ำอยู่กับที่ เลยต้องหันกลับมามองตัวเองครับ Recheck skill ทักษะต่างๆของตัวเอง และทีมงาน หาจุดอ่อนแล้วเสริมให้แข็งขึ้น ผมว่าการประเมิณตัวเองและทีมงานเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับ ถามว่าจะประเมินอะไรบ้าง ก็ 4 ใบ clover ตาม work plan เลยครับ
ผมได้อ่านหนังสือเล่มนึงเค้าบอกว่า หากเราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว ควรเหวี่ยงเงินประมาณ 30% ที่เราได้ลงไปในทีมงานของเราครับ ก็เลยจัด Promotion เล็กๆขึ้นครับ ใครพาคนเข้า The winner ได้เกิน 10 คนขึ้นไป ตัวเองเข้างานฟรีเลยครับ!! จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายถึง 150 บาทเลยทีเดียว ^^
คอร์สสนุกๆๆ ที่จัดขึ้นมาขำๆ เกมเล็กๆให้เกิดการแข่งขันกัน นี่แหละครับ ผมเชื่อว่าจะทำให้ทีมงาน active กันได้
ถามว่าทำไมในที่สุดถึงสามารถ move ได้ เพราะตอนกลับมาทำครึ่งเดือนแรกก็ได้ HB มา แถมพ่วงลูกส่วนตัวเป็น HB ด้วยอีกคน แต่ในเดือนที่ 2 กลับย่ำอยู่กับที่ เลยต้องหันกลับมามองตัวเองครับ Recheck skill ทักษะต่างๆของตัวเอง และทีมงาน หาจุดอ่อนแล้วเสริมให้แข็งขึ้น ผมว่าการประเมิณตัวเองและทีมงานเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับ ถามว่าจะประเมินอะไรบ้าง ก็ 4 ใบ clover ตาม work plan เลยครับ
ผมได้อ่านหนังสือเล่มนึงเค้าบอกว่า หากเราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว ควรเหวี่ยงเงินประมาณ 30% ที่เราได้ลงไปในทีมงานของเราครับ ก็เลยจัด Promotion เล็กๆขึ้นครับ ใครพาคนเข้า The winner ได้เกิน 10 คนขึ้นไป ตัวเองเข้างานฟรีเลยครับ!! จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายถึง 150 บาทเลยทีเดียว ^^
คอร์สสนุกๆๆ ที่จัดขึ้นมาขำๆ เกมเล็กๆให้เกิดการแข่งขันกัน นี่แหละครับ ผมเชื่อว่าจะทำให้ทีมงาน active กันได้
Monday, July 5, 2010
เสียเวลาสปอนเซอร์ทีละคนทำไม ทำเป็นกลุ่มดีกว่า!!
วันนี้หลายคนคงจะเหนื่อยล้ากับการชวนคนทีละคนเป็นอย่างมาก ผมเชื่ออย่างนั้นนะ เพราะว่าผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่บางครั้งก็ท้อ เพราะเหนื่อยล้า จากการคุยทีละคน แต่วันนี้นะครับ จะง่ายกว่าไหมหล่ะครับ ถ้าเราสปอนเซอร์ที่ละ 3-10 คน แล้วมีคนแค่ 2/3 เท่านั้นที่สมัคร สปอนที 10 คน สมัคร 6 คิดว่าอีก 4 จะสมัครป่าวครับ? แน่นอนครับ สมัครชัว ทำไม่ทำค่อยว่ากัน นั่นอยู่ที่ว่าเค้าเรียนรู้งาน และเข้าระบบหรือไม่แค่นั้น ตัวผมเองนี่ก็มีโอกาสได้สปอนเซอร์คนใหม่สูงสุดครั้งละ 3 คน ครั้งแรกก็ตื่นเต้นครับ แต่พอผ่านมาเรื่อยๆยิ่งคิดว่าสปอนทีละหลายๆคนมันสนุกกว่ามากเลยครับ เพราะมันจะได้แชร์มุมมองกันจริงๆครับ
ทีนี้หลายคนก็จะเกิดคำถามว่า ก็ผมไม่กล้า ต้องเตรียมตัวอย่างไร กลัวทำได้ไม่ดี กลัวทั้ง 10 คนไม่สมัคร อะไรประมาณนี้ใช่ป่าวครับ จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องเตรียมตัวในการสปอนเซอร์ทีละหลายๆคนก็มี
1.profile ที่ดีของใครสักคนใกล้ตัว อาจจะเป็น statement รายได้หรืออะไรก็ได้ หรืออาจจะเป็น profile ของเราก็ได้ครับ ได้รับเงินเดือนล่าสุด 3000 บาท ยังเป็น profile ได้เลยครับ
2.ต้องเขียนที่มาของรายได้และแผนการตลาดลงกระดาษ หรือกระดานให้ได้
3.ฝึกตอบข้อโต้แย้ง ซึ่งหาอ่านได้จาก sheet ข้อโต้แย้ง
4.ต้องเคยใช้ผลิตภัณฑ์ บอกเค้าว่าเราประทับใจอย่างไร แล้วคนที่เราแนะนำไปก่อนหน้านี้ เค้าประทับใจอย่างไร
5.ฝึกขาย Idea ให้เยอะกว่าตัวเลข คือทุกอย่างมันมี Idea มีข้อดีของมันอยู่
6.อย่าลืมว่าเราต้องมี Why i join , Why aimstar , Why system , Why network
7.ศึกษา 7 start up , 4 รู้ , 5 ค้นหาอย่างละเอียด ถ่ายทอดให้กับทั้ง 10 คนทันทีหลังจากพูดจบ โดยเฉพาะ 7 start up
8.ก่อนจะ SP กับทั้ง 10 คน ศึกษา 5 บทบาทใหม่อีกครั้ง นัดแนะกับ DL ที่จะมาฟังด้วย มาคุยเรื่อง 5 บทบาทกันก่อน
9.อย่าลืมว่า SP เสร็จ ต้องมีการ After meeting แล้วฝากสื่่อนะครับ
ทั้งหมดนี้คือเบื้องต้น อย่าลืมว่าการฝึกฝนเป็นสิ่งสำคัญ Clover มีระบบ มีสื่อ มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ อยู่ที่เราจะนำไปใช้หรือเปล่าแค่นั้นเองครับ
ทีนี้หลายคนก็จะเกิดคำถามว่า ก็ผมไม่กล้า ต้องเตรียมตัวอย่างไร กลัวทำได้ไม่ดี กลัวทั้ง 10 คนไม่สมัคร อะไรประมาณนี้ใช่ป่าวครับ จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องเตรียมตัวในการสปอนเซอร์ทีละหลายๆคนก็มี
1.profile ที่ดีของใครสักคนใกล้ตัว อาจจะเป็น statement รายได้หรืออะไรก็ได้ หรืออาจจะเป็น profile ของเราก็ได้ครับ ได้รับเงินเดือนล่าสุด 3000 บาท ยังเป็น profile ได้เลยครับ
2.ต้องเขียนที่มาของรายได้และแผนการตลาดลงกระดาษ หรือกระดานให้ได้
3.ฝึกตอบข้อโต้แย้ง ซึ่งหาอ่านได้จาก sheet ข้อโต้แย้ง
4.ต้องเคยใช้ผลิตภัณฑ์ บอกเค้าว่าเราประทับใจอย่างไร แล้วคนที่เราแนะนำไปก่อนหน้านี้ เค้าประทับใจอย่างไร
5.ฝึกขาย Idea ให้เยอะกว่าตัวเลข คือทุกอย่างมันมี Idea มีข้อดีของมันอยู่
6.อย่าลืมว่าเราต้องมี Why i join , Why aimstar , Why system , Why network
7.ศึกษา 7 start up , 4 รู้ , 5 ค้นหาอย่างละเอียด ถ่ายทอดให้กับทั้ง 10 คนทันทีหลังจากพูดจบ โดยเฉพาะ 7 start up
8.ก่อนจะ SP กับทั้ง 10 คน ศึกษา 5 บทบาทใหม่อีกครั้ง นัดแนะกับ DL ที่จะมาฟังด้วย มาคุยเรื่อง 5 บทบาทกันก่อน
9.อย่าลืมว่า SP เสร็จ ต้องมีการ After meeting แล้วฝากสื่่อนะครับ
ทั้งหมดนี้คือเบื้องต้น อย่าลืมว่าการฝึกฝนเป็นสิ่งสำคัญ Clover มีระบบ มีสื่อ มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ อยู่ที่เราจะนำไปใช้หรือเปล่าแค่นั้นเองครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)
